|
วันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2012 เวลา 20:59 น. |
|
Disclaimer
เ ราจะเปลี่ยนชื่อฐานข้อมูลได้หรือเปล่า พรหล้า พรหล้า! พรหล้า SE หญิงคนเดียวในทีม ที่ทำหน้าที่ดูแลฐานข้อมูล Oracle อยู่ ต้องสะดุ้งจากภวังค์ "อะไรคะ ขออีกที จะเปลี่ยนชื่อผู้ดูแลฐานข้อมูลหรือคะ" เธออยากจะให้การฟังผิดของเธอเป็นเรื่องจริงเสียเหลือเกิน เพราะเท่าที่เธอเคยรู้การจะเปลี่ยนชื่อฐานข้อมูล Oracle มันค่อนข้างจะยุ่งยาก แล้วก็เสี่ยงกับการที่เบสจะเจ๊งอีกด้วย
ก่อนที่ Oracle จะเปิดตัวยูทิลิตี้ชื่อ DBNEWID การแก้ไข DBID เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และการเปลี่ยน DBNAME ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสร้าง Controlfile ขึ้นใหม่ แต่ในปัจจุบันเราสามารถใช้ DBNEWID ในการเปลี่ยน DBID และการแก้ไข DB_NAME ก็ง่ายขึ้น การเปลี่ยน DBID เป็นสิ่งที่จำเป็นเมื่อคุณต้องการใช้ Catalog ของ RMAN เพื่อแบ็คอัพ Database ที่ Clone มาเนื่องจาก RMAN จะรู้จักและระบุถึง Databaseแต่ละตัว โดยใช้ DBID, ฐานข้อมูลที่ Clone มาจะมี DBID เดียวกันกับตัวต้นฉบับ ทำให้ไม่สามารถใช้ Catalog ชุดเดียวกันในการจัดการฐานข้อมูลทั้งสองได้ ซึ่งการสามารถเปลี่ยน DBID ได้ ทำให้ข้อจำกัดนี้หายไป
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2012 เวลา 21:04 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
|
วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2012 เวลา 17:25 น. |
|
Disclaimer
เ ราสามารถลบฐานข้อมูล (เฉพาะฐานข้อมูล ไม่รวมโปรแกรม Oracle หรือ Oracle Home)ได้ง่าย ๆ โดยใช้คำสั่ง DROP DATABASE ซึ่งเหมาะกับการลบฐานข้อมูลทดสอบ หรือลบฐานข้อมูลเก่าซึ่งได้ Migrate ไปตัวใหม่เรียบร้อยแล้วเป็นต้น
คุณไม่สามารถจะ Rollback ได้ เมื่อ Drop Database แล้ว
หากต้องการลบฐานข้อมูลรวมทั้งโปรแกรม Oracle ออกไปทั้งหมด ดูที่ Clone Oracle - ก๊อปปี้ฐานข้อมูลแบบยกชุด
คุณจะต้องมีสิทธิ์ SYSDBA ฐานข้อมูลจะต้องอยู่ในโหมด Mount และ Restrict
เมื่อคุณใช้คำสั่งนี้ Oracle จะ Drop ฐานข้อมูล และลบ Control Files และ Datafiles ที่มีชื่ออยุ่ใน Control Files ถ้าฐานข้อมูลใช้ SPFile, SPFile ก็จะถูก Drop ด้วย Archive Log และไฟล์แบ็คอัพ จะไม่ถูกลบ คุณจะต้องลบไฟล์เหล่านี้เอง
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2012 เวลา 17:35 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม 2011 เวลา 13:11 น. |
|
Disclaimer
ดูเพิ่มเติม bit.ly/uTdpl1
Originally Posted by shiv729 Changing the IP on Solaris 10 requires editing two files: 1. /etc/hosts 2. /etc/inet/ipnodes If you are changing network address, you will need to change the router address in the file: 1. /etc/defaultrouter Changing the hostname now only requires editing these files: 1. /etc/hosts 2. /etc/nodename 3. /etc/hostname. is the driver name followed by the instance number of the interface. ie. hme0, bge0, ce0, qfe0 You can find all your network interfaces by drivername and instance# by running the following command: prtconf -D | grep network Note: the following hosts files are no longer used in solaris 10. /etc/net/ticlts/hosts /etc/net/ticots/hosts /etc/net/ticotsord/hosts Rebooting the computer should bring up the new ip and hostname.
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2012 เวลา 17:31 น. |
|
วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม 2011 เวลา 09:37 น. |
|
Disclaimer
บ างครั้งบางคราว อาจไม่บ่อยนักที่เราจะต้องทำสำเนาทั้งฐานข้อมูล,ทั้งตัวโปรแกรมของ Oracle รวมทั้ง Configuration ทั้งหมดออกมา และนำไปติดตั้งไว้บนเครื่องอื่น (หรือเครื่องเดียวกัน) เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างเช่น การทำฐานข้อมูลทดสอบจากฐานข้อมูลตัวจริง (Production) โดยที่เราต้องการให้ฐานข้อมูลตัวใหม่ที่ทำสำเนาขึ้น มีคุณสมบัติทุกอย่างเหมือนกับฐานข้อมูลตัวต้นฉบับ ยกเว้นไว้แต่เพียงฮาร์ดแวร์เท่านั้นที่อาจจะแตกต่างกัน แม้ว่าการ Clone จะทำให้กระบวนการทำสำเนาทำได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกมากขึ้น แต่ก็มีข้อควรระวังคือ
1) ไม่ควรใช้กับการ Install Production เนื่องจากการ Clone มีขั้นตอนค่อนข้างมาก และเป็นการทำแบบ Manual โอกาสผิดพลาดจึงมีสูง จึงไม่เหมาะที่จะใช้วิธีนี้ในการสร้างฐานข้อมูล Production
2) วิธีนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงระบบที่เป็น Cluster หรือเกี่ยวเนื่อง เช่น ASM หรือ RAC
3) เราตั้งสมมติฐานว่าเครื่องต้นทางกับปลายทางมีการเตรียมการติดตั้งไว้บน OS เหมือนกัน หมายถึงข้อกำหนดที่ต้องมีก่อนติดตั้ง Oracle ทั้งหลาย ได้จัดทำไว้แล้วบนเครื่องปลายทาง สิ่งที่ต่างกันจะมีเพียง Hostname และ IP Address เท่านั้น
4) มีวิธีอื่น ๆ ที่สามารถใช้ได้ในการ Clone เช่น Master Note For Cloning Oracle Database Server ORACLE_HOME's Using the Oracle Universal Installer (OUI) ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการรับรองจาก Oracle
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 28 ธันวาคม 2011 เวลา 10:08 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2011 เวลา 11:56 น. |
|
Disclaimer
ป กติเมื่อเราติดตั้ง Oracle บนเครื่องตระกูล Unix และใช้งานไปได้สบาย ๆ สักพัก พอวันหนึ่งเกิดเราต้อง Restart เครื่อง Server แต่ปรากฎว่าเราพบว่า Database ที่เราติดตั้งไว้ไม่ได้ Start ขึ้นมาด้วยทำให้เราต้อง Restart ฐานข้อมูลขึ้นมาเอง บทความวันนี้จะขอพูดถึงวิธีการทำให้ Oracle Start โดยอัตโนมัติเมื่อเราเปิดเครื่อง Server ขึ้นมา ซึ่งรวมถึงการ Start Listener โดยอัตโนมัติด้วย
Oracle ได้เตรียมสคริปต์ไว้สองตัวที่ใช้ในการ Start และ Stop Oracle บน OS โดยไม่ต้องล็อกอินเข้าไปในฐานข้อมูลได้แก่
$ORACLE_HOME/bin/dbstart $ORACLE_HOME/bin/dbshut
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 28 ธันวาคม 2011 เวลา 10:08 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
|
|
|
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
|
หน้า 1 จาก 15 |